ประสบการณ์ Chef’s Table ที่ร้าน Florilege – กินข้าวพร้อมดูไลฟ์ทำอาหาร

Thursday, July 13, 2017 0 No tags Permalink

อยากจะบอกว่าผมตั้งหัวเรื่องไว้ไม่เวอร์เกินความเป็นจริงเท่าไรเลยถ้าคุณได้มานั่งอยู่ในร้านในวันนี้กับผม ร้าน Florilege เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสดีกรีมิชลินหนึ่งดาวติดอันดับ Best Asia Restaurant 2017 อันดับ 14 ที่ใช้วัตถุดิบญี่ปุ่นโดยเชฟ Kawate ร้านถูกออกแบบมาเป็นเค้าท์เตอร์ล้อมรอบครัวตรงกลางสไตล์ Chef’s Table (เราสามารถเห็นเชฟปรุงอาหารจัดจานอาหารได้ ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟต่อหน้าแต่ละจาน)

วันนี้ผมเก็บรูปมาฝากคอร์สดินเนอร์ 11 เมนู พร้อมกับคอกเทลสุดครีเอทีฟ 4 แก้วที่ผมเคยได้อัพเฟสบุ้ค อินสตราแกรมไว้ก่อนหน้านี่แล้ว ขอออกตัวก่อนเรื่องหนึ่งนะครับว่าผมจะเป็นคนชอบเขียนรีวิวยาว ๆ เพราะว่าชอบบรรยายอาหารและความประทับใจในแต่ละจาน ถ้าไม่ชอบอ่านลองเลื่อนดูรูปอย่างเดียวก็ไม่ว่ากันครับ

ความประทับใจส่วนตัวก่อนได้ทาน

ในโพสก่อนหน้านี้ที่ผมกล่าวไว้ว่าผมจะได้ไปทานร้านอาหารที่เชฟเป็นหนึ่งในไอดอลของผมตอนนี้คือร้านนี้แหละครับ เชฟ Kawate เจ้าของร้านนี้มิชลินหนึ่งดาว (EDITED: ร้าน Florilege ได้เป็นมิชลินสองดาวประจำ Tokyo 2018) ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารไว้สองเล่มครับ แน่นอนว่าผมได้ซื้อมาอ่านแล้วทั้งสองเล่มเลย วันนี้ผมแบกมาหนึ่งเล่มขอลายเซ็นกลับไปด้วยครับ

หนึ่งในหนังสือเชฟ Kawate เกี่ยวกับการอาหารของร้านและการจัดวางจาน เชฟ Kawate เขียนไว้ว่าเวลาออกแบบจานอาหารของเขานั้นจะออกแบบเป็น 3D วางอาหารในตามลำดับที่อยากให้ลูกค้าทานเช่นถ้ามีเนื้อส่วนติดมันกับไม่ติดมันในจานเดียวกัน เขาก็จะวางเนื้อไม่ติดมันไว้ตรงหน้า แล้วซ่อนเนื้อติดมันไว้ข้างใต้ผักเพราะว่าอยากจะให้ลูกค้าได้ทานเนื้อติดมันทีหลังมากกว่า และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ผมชอบวิถีแนวคิดของเชฟแกมาก

นอกเหนือจากด้านการทำอาหารแล้วเชฟ Kawate ยังเป็นห่วงเรื่อง Food lost อีกด้วยเพราะฉะนั้นในอาหารของร้าน Florilege แต่ละจานจะได้เห็นว่าวัตถุดิบจะถูกเอามาใช้เกือบทุกส่วนเพื่อลดปริมาณส่วนที่ต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

อาหารวันนี้

วันที่ผมไปทานมาคือวันที่ 4 มิถุนายนอยู่ในช่วงกึ่ง ๆ ฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อน (ตามหลักแล้วถือว่าเข้าช่วงฤดูร้อนแล้วในประเทศญี่ปุ่น) วัตถุดิบส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นฤดูกาลหน้าร้อนแล้ว วันนี้อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นมีเมนู 11 จานครับ ประกอบด้วยออเดิร์ฟ 2 จาน อาหารหลัก 6 จานและปิดท้ายด้วยของหวาน 3 จาน อันนี้รูปเมนูนะครับ ผมถ่ายไม่ชัดทั้งเมนู แต่เดี๋ยวเลื่อนลงไปดูข้างล่างแทนละกันนะครับ เหมือนกับโพสตอนรีวิวร้านครั้งที่แล้วนะครับผมจะใส่คะแนนไว้ข้างหลังแต่ละจาน

Projection: Baby corn [4/5]

ออเดิร์ฟแรกเป็นข้าวโพดอ่อนครับ ยกมาทั้งตะกร้าแบบนี้ผมอยากจะยกมาซ่อนใต้โต๊ะเหลือเกิน อาหารเป็นข้าวโพดอ่อนที่คว้านเอาแกนกวางออกที่เอามาสับหยาบ ๆ แล้วเอาไปอบกับคาราเมลในฝักข้าวโพดแค่คิดก็อยากจะกินอีกซักสามฝักแล้ว

ความกลมกล่อมของคาราเมลเข้ากับข้าวโพดอ่อนได้ดีมาก ๆ รสชาติอร่อยมากเหมาะกับฤดูต้นหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี พอถึงหน้าร้อนข้าวโพดที่ญี่ปุ่นจะหวานหอมมากเป็นพิเศษเลยครับ รสชาติที่ผสมกับคาราเมลทำให้ความหวานมีมิติที่เพิ่มเข้าไปอีก

Hetero: Edamame [3.5/5]

Hetero แปลว่าความแตกต่างเพราะว่าในจานนี้อาหารแต่ละชิ้นถูกทำออกมาภายในคอนเซปท์ของความแตกต่าง ถั่วแระอย่าง Edamame ในจานนี้มาเป็นไอศรีมกับซุกินี่ยัดไส้ไข่คนผสมชีสตกแต่งด้วยเมอแรงค์ (ไข่ขาวผสมกับน้ำตาล) และถั่วแระญี่ปุ่นทอด

รสชาติผมให้กลาง ๆ ครับได้กลิ่นอายเหมือนทานอาหารเช้าที่มีไข่คนกับสลัดแล้วปิดท้ายด้วยไอศรีม เป็นเพราะว่าส่วนตัวผมไม่คิดว่าการทำไอศครีมออกมาตอนนี้ระหว่างมื้ออาหารจะเข้ากับรสชาติของคาว

Bamboo shoot: Abalone [5/5]

จานนี้ จานนี้ จานนี้ ต้องตบโต๊ะสามครั้งด้วยความอร่อยสุด ๆ

จานนี้ จานนี้ จานนี้ ต้องตบโต๊ะสามครั้งด้วยความอร่อยสุด ๆ หอยเป๋าฮื้อที่ถูกเสริฟ์พร้อมกับหน่อไม้จากคิวชู ตกแต่งด้วยเส้นพาสต้า Gastronomy ที่ทำมาจากน้ำต้มเป๋าฮื้อ แถมยังโรยหน้าด้วยผงตับเป๋าฮื้อที่เอามาอบแห้งแล้วบดให้เป็นผงรสชาติเค็มๆเฝื่อน

ผมยกให้จานนี้เป็นจานที่อร่อยที่สุดในมื้อนี้เลยครับ (ขออนุญาตไม่เอาไปเปรียบเทียบกับจานที่เป็นลิ้นวัวข้างล่าง เหตุผลจะกล่าวต่อไปนะครับ)เปิดมาแค่จานที่สามก็อร่อยได้ถึงขนาดนี้ เนื่องด้วยช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ยังถือว่าเป็นฤดูกาลที่อร่อยที่สุดของหน่อไม้ที่ญี่ปุ่น ประกอบกับการทำหอยเป๋าฮื้อได้นิ่มและรสชาติเข้มข้น พาสต้าที่ทำมาก็มีรสชาติเค็มเหมือนคอยปรับแต่งรสในจานได้อย่างดี จานนี้ไม่มีที่ติจริง ๆ ครับ

Sawagani fresh water crab [4/5]

หลายคนอาจจะเคยได้ทาน Lobster bisque มาแล้ว แต่ว่าจานนี้เป็น Sawagani (ปูแม่น้ำขนาดจิ๋วของญี่ปุ่น) ครับโดยซุปถูกทำมาภายใต้ไอเดียรสชาติวัตถุดิบจากแม่น้ำ

ซุปถ้วยนี้คะแนนอาจจะดรอปไปบ้างเพราะว่าเจอจานสุดอร่อยจานที่แล้วเข้าไป จริง ๆ แล้วรสชาติก็อร่อยทีเดียว ความกลมกล่อมของซุปที่พอตักเข้าปากก็ได้รู้รสชาติ bisque มันปูกับมะเขือเทศเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวและเนื้อปูที่มีรสสัมผัสหนึบ ๆ หนับ ๆ ดึงความอยากอาหารในจานต่อมาได้อย่างดีทีเดียวครับ

จานนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ ตั้งแต่จานนี้เป็นต้นไปผมแพร์คอกเทลมาด้วยครับ คอกเทลที่มากับอาหารจานนี้คือเบียร์ค็อกเทลครับ บาริสต้าน้ำถ้วยมาวางข้างหน้าเป็นรูปนี้ครับ พร้อมบรรยายว่านี่เป็นค็อกเทลแบบตักกิน ผมก็งงสิครับจนมาร้องอ้อตอนที่บาริสต้าเทเบียร์ลงในถ้วยมีเกล็ดน้ำแข็งรสผลไม้ต่าง ๆ ผสมกันฟองฟ่อด

รสชาติค็อกเทลที่ขมนิด ๆ ของเบียร์แต่มีรสชาติน้ำอัดลมผสมกับความหวานในน้ำผลไม้ก็อร่อยแล้วรวมไปกับรสสัมผัสของเกล็ดน้ำแข็งเวลาตักกินและไอเดียในการเสิร์ฟอีก (ตอนเสิร์ฟมานี้ว้าวมาก ๆ ครับ) ผมให้ค็อกเทลถ้วยนี้เป็นถ้วยที่อร่อยที่สุดของวันนี้เลยครับ

Foie gras, Beef tongue [5/5]

มาถึงจานไฮไลท์ของคอร์สแล้วครับลิ้นวัวเสิร์ฟพร้อมฟัวกราส์และทรัฟเฟิลครับ ลิ้นวัวถูกเอาไป Sous Vide ก่อนเอามาปิดท้ายที่รมควันนั้นนุ่มลิ้นยั่วน้ำลายจริง ๆ ฟัวกราส์ก็ถูก Saute ออกมากำลังดีไม่ดิบไม่สุกจนเกินไป แถมยังจะมีทรัฟเฟิลคอยดึงกลิ่นอีกขั้น จานนี้มีแต่ความหรูหราล่องลอยอยู่ในความทรงจำจริง ๆ

เหตุผลที่ผมได้กล่าวในสองจานก่อนหน้านี้ว่าไม่อยากเอาไปเปรียบเทียบเพราะว่าผมรู้สึกเหมือนอาหารจานนี้เป็นดรีมทีมของสุดยอดวัตถุดิบ จานนี้อร่อยเทียบเท่ากับจานที่เป็นหอยเป๋าฮื้อจริง ๆ ครับแต่โดยไอเดียและความแตกต่างของรสชาติผมถึงไม่เอาไปเปรียบเทียบ แน่นอนว่าถ้าจะเสิร์ฟจานนี้อีกซักสิบรอบผมก็ทานหมดสิบรอบแหละครับ

จานนี้แพร์ด้วยไวน์แดงซึ่งเหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เวลาทานเนื้อและฟัวกราส์เลย จริง ๆ แล้ว ผมเป็นคนชอบดื่มไวน์มากช่วงนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาอยู่ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาอัพเดทในบล็อกตอนต่อ ๆ ไปให้ฟังกันครับ

Baby Ayu Frit [4/5]

ปลาอายุตัวเล็กทอดกรอบกับเสิร์ฟพร้อมกับซอสตับปลาอายุ ปลาอายุเป็นปลาที่จับจากแม่น้ำของญี่ปุ่น โดยรสชาติจะอร่อยสุดในปีัคือช่วงเดือนมิถุนายนนี่แหละครับ จุดเด่นของปลาอายุคือคนญี่ปุ่นกินแม้กระทั่งไส้ในของปลาทั้งตัวไปด้วยกันครับ

พอผมคีบเข้าปากปั้ปรสชาติสุดขมของตับปลาอายุนี่พุ่งเข้ามาทันทีเลยครับ รสชาติขมที่ว่านี้ขมเฝื่อน ๆ มากตอนมาญี่ปุ่นใหม่ ๆ ทำเอาผมเกลียดปลาอายุไปอยู่หลายปีเลยก็ว่าได้เพราะว่าตัวเล็กแกะยังไงก็เจอตับตลอด พอมาหัดทำอาหารก็รู้ว่ารสชาตินี้เป็นปกติ พอกินดูแล้วก็เริ่มเข้าใจในรสชาติครับ ส่วนตัวผมว่าจานนี้อร่อยนะครับแต่ว่าน้อยไปนิดผมยังอยากกินอีกหลายชิ้นเลย

จานนี้แพร์กับคอกเทลอาบุซาน (Absinthe) ผสมกับน้ำเมล่อนปั่นเกล็ดเสิร์ฟมาในลูกเมล่อนจิ๋วเลยครับ รสชาติหวานของเมลอนมาดึงรสชาติความขมของซอสตับปลาอายุให้โดดเด่นขึ้นมาอีกขั้นเลยแถมยังชะล้างความหนักหน่วงและเพิ่มความสดชื่นจากน้ำมันของอาหารทอดได้พร้อมที่จะก้าวต่อไปอีกจานถัดไปเลยครับ

Kue Grouper, Eggplant [5/5]

Kue คือหนึ่งในปลาเก๋าของญี่ปุ่นครับ ว่ากันว่าเป็นปลาที่มีราคาแพงชนิดที่ว่าถ้าเทียบกรัมต่อกรัมแล้วจะแพงกว่าปลาทูน่ายอดนิยมของญี่ปุ่นเสียอีกครับ วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสแรกของผมได้ลองลิ้มรสชาติปลาสุดหรูนี้ครับ วันนี้ถูกเสิร์ฟมาเป็นซาชิมิพร้อมกับมะเขือยาวญี่ปุ่นย่างครับ ปกติเวลาทำมะเขือญี่ปุ่นย่างเปลือกจะต้องถูกปอกทิ้งเพราะว่าจะแข็ง แต่หว่าเมนูนี้เอาเปลือกไปปั่นมาทำเป็นซอสต่อครับ (ป้ายสีดำด้านขวาบนในรูปครับ)

พอได้ชิมชิ้นแรกรสชาติความหวานของซอสมะเขือย่างนี่มาพร้อมกับความหนึบ ๆ หนับ ๆ ของซาชิมิปลาเก๋า พอกลืนลงคอไปก็ยังมีเข้มข้นของอุมามิเกาะโคนลิ้นรอไว้อีกระดับ โอ้โห! ผมนี่อยากรีบโกยชิ้นต่อไปเข้าปากเลย แน่นอนว่าในใจก็แอบคิดว่าจานนี้ร้านโกงอีกแล้วใช้ปลาสดขนาดนี้มาเสิร์ฟแบบนี้ แต่ว่าถ้าไม่มีซอสกับมะเขือย่างที่อยู่ในจานรสชาติความหวานก็อาจจะไม่ได้ถูกเติมเต็มได้ขนาดนี้แน่ ๆ

จานนี้หลังจากได้ความหวานกับอุมามิไปแล้ว คอกเทลถูกเสิร์ฟด้วยน้ำมะเขือหวานผสมกับมะระและเหล้าญี่ปุ่นครับ ถ้าจะเขียนโอ้โหอีกทีก็หาว่าผมเว่อร์ไป แต่ว่าความขมนิด ๆ ของมะระ (ใส่ไปเพียงไม่กี่หยด) มาเข้าคู่กับความหวานของมะเขือในจานได้ดีมาก ๆ พอทานปลาลงไปก็ได้ทั้งรสอุมามิกับรสขมของมะระเหลืออยู่ในปาก เป็นคอมบิเนชั่นของอาฟเตอร์เทสที่เอนเตอร์เทนผมมาก ๆ

To Share (Duck) [4.5/5]

มาถึงจานสุดท้ายแล้วครับ (เสียใจเพราะว่าจะหมดแล้ว) วันนี้เป็นเป็ดครับตีมในจานสุดท้ายของร้าน Florilege คือ “To Share” ครับแปลง่าย ๆ คือแบ่งกับโต๊ะอื่น ๆ ก่อนได้เอาไปจัดจานมาเสิร์ฟ พนักงานก็ยกเป็ดที่ถูกทำเสร็จแล้วมาโชว์ให้ผมได้เก็บภาพไว้ สวยงามจริง ๆ จานนี้ถูกเสิร์ฟคู่กับถั่วโซระมาเมะ (ถั่วปากอ้าญี่ปุ่น)

แม้ว่าเมนูจะดูซิมเปิ้ลสุดในเมนูวันนี้ แต่รสชาติก็ไม่แพ้ใครเลยครับสภาพการปรุงความสุกของเป็ดอยู่ในสภาพที่นุ่มน่ากินกำลังดีเลย รสชาติของซุปคอนซมเม่ที่เอามาเป็นซอสเสริมรสชาติอุมามิ พอหั่นเป็ดแตะเกลือนิด ๆ ปิดท้ายด้วยถั่วโซระมาเมะก็ฟินกันไปตาม ๆ กันไม่เสียแรงที่เป็นอาหารคาวจานสุดท้ายสมดีกรีเชฟ Kawate จริง ๆ ครับ (หนังสือเล่มล่าสุดที่เชฟ Kawate ออกเกี่ยวกับการปรุงเนื้อในแต่ละชนิด)

สุดท้ายค็อกเทลแก้วสุดท้ายของวันนี้เป็น Mojito ครับแต่ว่าถูกเสริฟ์มาในน้ำแข็งกลมในถุงพลาสติกล้อมด้วยถาดที่ถูกปูด้วยในสน ไอเดียของค็อกเทลนี้บาริสต้าได้บอกว่าต้องการให้เอามือขยำ ๆ ถุงให้น้ำแข็งละลายทีละนิด ๆ ระหว่างดื่มไปด้วย ตอบแบบไม่ลำเอียงนะครับสำหรับผมแล้วรสชาติของค็อกเทลแก้วนี้ถือว่าไม่ได้โดดเด่นเท่าไร เพราะว่าเอามาคู่กับเนื้อแดง มันก็ดูเป็น Mojito ธรรมดาแหละครับ

Hassaku Citrus, Yogurt [3.5/5]

Hassaku เป็นชื่อของส้มชนิดนึงครับ ถูกเสิร์ฟมาในรูปของเชอร์เบ็ตกับโยเกิร์ตผมคือว่าเมนูเป็นเมนูล้างปากซะมากกว่าเชอร์เบ็ตก็ดูแปลกดีเพราะว่ารสชาติจะกึ่ง ๆ ส้มกับเลมอน แต่พระเอกของจานนี้ผมว่าโยเกิร์ตแอบแย่งซีนไปพอควรครับ ถ้ามองว่าเป็นอาหารล้างปากเปลี่ยนฉากจากของคาวเข้าสู่ของหวานก็ถือว่าทำได้ในระดับพึงพอใจแต่ไม่ได้อยู่ในระดับว้าวครับ

Blancmange, Coconut [4/5]

Blancmange มะพร้าว (กะทิ) ครับ ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ ว่า Blancmange คืออะไร ผมก็คงตอบว่ามันคือพุดดิ้งนมครับ แต่ว่าจานนี้มีมะพร้าวด้วยทำให้เหมือนพุดดิ้งกะทิมากกว่าสำหรับผมครับ รสชาติอร่อยถูกใจสำหรับคนไทยที่ไม่ได้กินไอศครีมกะทิมานานพอควร จริง ๆ ผมว่าผมแอบลำเอียงคะแนนไปนิดนึงก็เพราะว่าความอยากกินไอศครีมกะทิเนี่ยแหละมั้งครับ

Gift: Amazon Cacao [5/5]

ปิดท้ายด้วยของหวานโกโก้สุดเทพของร้าน เชฟ Kawate ได้กล่าวไว้ในหนังสือของเขาเล่มแรกว่าเขาชอบที่จะให้มีของหวานที่เป็นโกโก้อยู่ในคอร์สของเขาทุกมื้อ และนี่ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่เขาภูมิใจ

รสชาติของหวานที่ใช้แค่ผงโกโก้จากอเมซอนกับน้ำตาลเท่านั้นครับ โอ้โห้ร้านอาหารฝรั่งเศสแท้ ๆ แต่เอาโกโก้เกรดไฮคลาสขนาดที่ว่าร้านขายขนมแพง ๆ ยังสู้ไม่ได้ขนาดนี้ ผมยกให้เป็นสุดยอดขนมโกโก้ (ช็อคโกแล็ต) ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ทานมาก็ว่าได้ครับ ขมแต่หวานลุ่มลึก แค่ผมพยายามนึกรสชาติตอนดราฟท์บล็อกนี่ก็ทำเอากลืนน้ำลายไปกี่คำละก็ไม่รู้เป็นของหวานที่ปิดท้ายของคอร์สได้อย่างสวยงามครับ

จริง ๆ แล้วนอกเหนือจาก 11 จานแล้วจะยังมีสตรอเบอร์รี่เคลือบกับชาให้หลังอาหารแต่ผมถือว่าเป็นของแถมมากกว่าครับ

Final Thought and Evaluation

รู้ตัวอีกทีผมเขียนโพสนี้ยาวอีกแล้ว ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยว่า “เป็นประสบการณ์ที่อร่อยและรื่นเริงมากครับ ผมขอยกให้เป็นร้านที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นของผมตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ” 10/10 ครับ ยิ่งเทียบกับราคาค่าอาหาร 12000 Yen + Service + Vat (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ที่จ่ายไปแล้วเอาชนะร้านในโพสก่อนหน้าไปได้อย่างขาดลอยเลยครับ

“เป็นประสบการณ์ที่อร่อยและรื่นเริงมากครับ ผมขอยกให้เป็นร้านที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นของผมตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ”

รสชาติอาหารก็เป็นไปตามที่ผมได้บรรยายไว้ข้างต้นนะครับ เป็นคอร์สอาหารที่เปี่ยมไปด้วยมิติที่ลึกซึ้งมาก ผมประทับใจการดึงเอารสชาติความขมกับรสชาติอุมามิของอาหารมาเสิร์ฟได้อย่างลงตัวมากที่สุดในคอร์สนี้ครับ โดยเฉพาะการใช้ตับเป๋าฮื้อ, ตับปลาอายุและแน่นอนว่าความขมของโกโก้ด้วย

ผมอยากจะให้มองประสบการณ์โดยรวมมากกว่ามองแต่อาหารอย่างเดียวด้วยและตัวร้าน Florilege ก็เป็น Chef’s Table ประกอบกับความปราณีตในการจัดวางจานกับบรรยากาศในร้าน คะแนนรวมตอนนี้ผมให้เทียบเท่าร้านอาหารสามดาวอย่าง Robuchon ที่ Las Vegas ที่ผมเคยได้ไปทานมาก่อนเลย

ติดสองอย่างคือร้านมีขนาดเล็กต้องจองล่วงหน้าโดยประมาณสองเดือนไม่งั้นผมยังอยากจะแวะมาทุกวันหยุดเลยก็ว่าได้ สองคือเวลาของคอร์สครับ แม้ว่าอาหารจะไม่ได้ทำช้าจนขนาดรอนานแต่ว่าคอร์สทั้งคอร์สกินเวลาไปกว่าสามชั่วโมงครึ่งซึ่งถือว่าเป็นการใช้เวลานานพอควร แต่ยังไงก็ตาม ถ้าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวโตเกียว นี่เป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งที่ผมอยากจะให้เพื่อน ๆ ทุก ๆ คนได้มาลองชิมเลยก็ว่าได้ครับ

ทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากร้าน ได้แวะทักทายเชฟ Kawate ก่อนไป (หน้าผมอาจจะมึน ๆ เมา ๆ เหมือนเคยก็ผ่าน ๆ ไปนะครับ) ไว้ถ้าผมมาใหม่แล้วจะมาอัพเดทเมนูอื่น ๆ ให้อีกครั้งนะครับ

To be continued …

สุดท้ายนี้หลังจากอู้มานาน ก็ได้ฤกษ์อัพเดทมาซะทีจริง ๆ แล้วผมได้ไปทานมื้อเที่ยงร้านนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง แต่อู้ไปอู้มาได้ทานมื้อเย็นก่อนได้อัพเลยไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละอัพมื้อเย็นอย่างเดียวละกัน เพราะความประทับใจสูงกว่ามื้อเที่ยงหลายเท่าตัว รอบหน้าผมจะเปลี่ยนไปหัวข้อแนวอื่นบ้างอาจจะเป็นวิธีการทำอาหาร ไว้คอยติดตามชมนะครับ

เหมือนเดิมนะครับถ้าใครมีคำติชมอะไร รบกวนติดต่อมาได้เลยครับ ส่วนวันนี้ลาไปก่อนละครับ ขอบคุณครับ

Comments

comments

This post is also available in: อังกฤษ

No Comments Yet.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.