ลิ้นเทพในตำนานกับสุดยอดเนื้อย่างที่ Sumibiyakiniku Nakahara

Thursday, December 14, 2017 0 No tags Permalink

สวัสดีครับ ในรอบเกือบ ๆ ครึ่งปีที่หายไปผมกลับมาพร้อมกับรีวิวเนื้อย่างขั้นเทพที่ร้าน “Sumibiyakiniku Nakahara” ซึ่งผมรับประกันด้วยตัวเองเลยว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดเท่าที่ผมได้เคยลิ้มลองมาในชีวิตเลยก็ว่าได้ครับ

รอบที่แล้วที่ผมแวะไปชิมร้านนากาฮาระนี้ ต้องบอกว่าอร่อยแล้วยังไม่เข้าขั้นเท่ากับรอบนี้เลย ห่างกันเป็นเท่าตัวเลยก็ว่าได้ เนื่องจากทางร้านปรับเปลี่ยนเมนูตัด a la crate ออกรับเฉพาะคอร์สเท่านั้น เมื่อเป็นคอร์สทางร้านก็สามารถลงทุนกับวัตถุดิบได้อย่างเต็มที่เพราะว่ารู้ปริมาณที่จะขายออกแน่ ๆ ลองคิดดูสิครับว่าหากคุณสั่งเนื้อแพง ๆ มาแต่ดันขายไม่หมดทางร้านก็ต้องเสี่ยง แต่พอมาเป็นคอร์สทุกอย่างสามารถแพลนได้ง่ายขึ้น เนื้อที่ได้ทานก็เหมือนเลเวลอัพเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ

ก่อนที่ผมจะพาไปชมรีวิวเนื้อด้านล่าง ต้องเกริ่นไว้ก่อนว่าชื่อของเนื้อแต่ละส่วนผมขอใช้ชื่อภาษาญี่ปุ่นทับศัพท์นะครับ ผมมีความเห็นส่วนตัวว่ามันจะสื่อได้ดีกว่าภาษาไทยและแน่นอนว่าเวลาทุกท่านไปร้านเนื้อย่างที่ญี่ปุ่น ตามประสบการณ์ส่วนตัวไม่ทุกร้านที่จะแปลชื่อเมนูในเป็นภาษาอังกฤษ แต่จะใช้คำทับศัพท์แทนซะมากกว่า (เหมือนชื่อปลาในร้านซูชิ)

ร้านเนื้อย่าง ออเดิร์ฟก็ต้องเป็นเนื้อ[4/5]

เริ่มแรกเลยคือคอร์นบีพกับแฮมจากเนื้อ รสชาติของคอร์นบีฟเข้มข้นไปด้วยเนื้อพร้อมได้กลิ่นหอมของไขมันวากิว คาดว่าคงเอามาจาก 切り落とし (เศษส่วนที่ตัดทิ้ง) ตามมาด้วยแฮมที่แม้ว่าจะไม่ได้เหนียวหนึบแบบแฮมหมูที่เคยทาน ๆ ก็ยังมีความเค็มออกร่วน ๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดีครับ

จานต่อมาเป็น “ยุกเกะ” (ยำเนื้อดิบคลุกไข่แดงสไตล์เกาหลี) ครับ อันนี้เป็นเมนูอาหารว่างที่ผมชอบมากเลยครับ แต่หลังจากมีปัญหาเรื่องสาธารณสุขก็หากินตามร้านขายเนื้อย่างยากขึ้นเยอะ จานนี้ก็อยู่ในเกณฑ์อร่อยแต่ยังไม่ถึงขั้นพีคเท่าไรครับ เอาไป 4/5 พอครับ

ลิ้นเทพในตำนาน [5/5]


“โอ้โหววววววว นี่มันลิ้นวัวย่างเหรอเนี่ย” ผมพูดวนไปวนมาหลาย ๆ รอบกับเพื่อนที่ไปด้วยกันหลังจากได้กัดไปหนึ่งคำ สารภาพได้ว่าตอนแรกผมไม่ได้ตกใจมาก เพราะว่าผมเคยทานสิ้นที่ถูกหั่นหนาขนาดนี้มาก่อนจากร้านอื่นแล้ว แต่ว่าที่นากาฮาระนี้เขาเรียกลิ้นนี่ว่า 幻のタン (แปลว่าลิ้นในภาพลวงตา) เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นลิ้นส่วนนี้หายากมากบางวันมีเพียงแค่ไม่กี่โต๊ะเท่านั้นที่จะได้ทาน ต้องจับจองกันล่วงหน้าเนื่องจากวัวหนึ่งตัวหลายร้อยโลนั้นสามารถเอามาตัดขายได้เพียง 6 ชิ้นเท่านั้นครับ

วกกลับมาที่รสชาติครับ ข้างนอกถูกย่างเกรียมกำลังดีเหยาะเลมอนนิด ๆ กัดผ่านความกรุบกรอบของเปลือกลิ้น ผ่าเข้าไปข้างในที่นุ่มเสียยิ่งกว่าน่องไก่ กลิ่นคาราเมลผสมกับถ่านที่เกิดจากการย่างในระดับพอดิบพอดีผสมกับรสชาติของเนื้อมันลงตัวมาก ๆ ถ้าไม่ตบโต๊ะเพราะความอร่อยจานนี้ก็ไม่รู้จะตบตอนไหนละอะครับ แม้ว่าเมื่อเคี้ยวหมดแล้วรสขาติของลิ้นยังวนเวียนอยู่ในช่องปากสมกับเป็นภาพลวงตาจริง ๆ เลย นอกเหนือจากส่วนโคนลิ้นตัดหนาแล้วก็ยังได้ทานลิ้นส่วนอื่นควบคู่ไปด้วย อร่อยครับแต่ว่าผมยังลืมคำแรกของลิ้นหนาไม่ได้เลย

ต่อจากลิ้นเมนูต่อมาเป็นสลัดหลากสีโดยผักสิบกว่าชนิด หลายท่านอาจสงสัยว่ากะอีแค่ผักนี่จะตื่นเต้นอะไร ผมก็เป็นคนนึงนะครับที่ชอบกินเนื้อมากกว่ากินผักมากก่อน แต่พออยู่ญี่ปุ่นไปนาน ๆ แล้วจะเริ่มกลายร่างตัวเองเป็นมนุษย์หลงรักผักครับ ผักของญี่ปุ่นทั้งสดทั้งหวานอร่อยในตัวของมันเอง แล้วรู้รึเปล่าครับว่าดอกกะหล่ำที่มีหลากสีมันก็มีหลากรสเหมือนกันนะครับ แน่นอนว่าทานจานนี้ก็เพิ่มความสดชื่นเตรียมรับแรงกระแทกเนื้อชิ้นต่อไปครับ

น้ำลายท่วมปากกันต่อ [4.75/5]


แต่ดูรูปไประหว่างนั่งเขียนรีวิวน้ำลายผมก็ท่วมปากละครับ รูปข้างบนนี้เป็น Sirloin ครับ เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมของทางร้านนากาฮาระอย่างมาก ด้วยลายมันที่แทรกในเนื้อแผ่นบาง ๆ ทำให้เนื้อทั้งชิ้นยวบหายเข้าไปในปากราวกับกินขนมสายไหมรสชุ่มเนื้อหวานน้ำจิ้มนิด ๆ ความยอดเยี่ยมมากแต่ผมให้ได้แค่ 4.75 เพราะว่ารสชาติความอร่อยยังสู้ลิ้นชิ้นเมื่อตะกี้ไม่ได้ครับ (ปกติผมจะให้คะแนนแบ่งเป็นแค่ 4.5 แล้วก็ 5 แต่อันนี้เป็นข้อยกเว้นละกันครับ) น่าแปลกมั้ยครับว่าถ้าเป็นเนื้ออเมริกาหรือออสเตรเรียเนื้อส่วน Sirloin นี่แทบจะไม่มีมันแทรกเข้าไปในส่วนสีแดงเลย​ นี่คือความแตกต่างของพันธุ์และการเลี้ยงวัวสินะครับ

นิ่มมาเยอะขอเคี้ยวกันบ้าง [4.5/5]




สองส่วนถัดมาเป็น Kamenoko กับ Harami ครับทั้งสองส่วนมีความเนื้อแดงแทรกเยอะสุดในเมนูเนื้อย่างวันนี้ละครับ ส่วน Harami นี่เป็นส่วนโปรดของสตาฟที่ดูแลโต๊ะผมเลย พี่แกย่างไปทำหน้าทรมานไปด้วยบอกว่าอยากทานด้วยมาก ๆ เป็นส่วนที่มีความนุ่มแม้ว่าจะมีมันแทรกตามหย่อม ๆ ของวากิวแต่ว่าเป็นชิ้นที่ได้ชุ่มเลือดเนื้อของวัวอย่างเต็มที่ กลิ่นถ่านกับมันไหม้บนเนื้อแดง ๆ เต็ม ๆ หนึ่งก้อนครับ ส่วน Kamenoko อาจจะโดนกลบไปบ้างแต่ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้ในส่วนเนื้อแดง แต่เพราะความเป็นเนื้อแดงทำให้มีรสสัมผัสสากไปบ้างนิด ๆ ถือว่ายังไม่สุดครับ เฉลี่ยสองชิ้นแล้วเอาไป 4.5 พอครับ

Keep them coming [4/5]




สองส่วนสุดท้ายของเนื้อย่างในคอร์สเป็น Ichibo กับ Tomosankaku ครับ Ichibo นี่เป็นส่วนบั้นท้ายที่มีมันแทรกมาก แต่เทียบไม่ได้เลยกับ Tomosankaku ที่ว่ากันว่าเป็นส่วนโทโรของวัวด้วยจำนวนปริมาณไขมันที่แทรกอย่างเต็มที่ ทานคู่กับโชยุแล้วก็ยูสุโคโช (พริกเขียวกับมะนาวญี่ปุ่น มีรสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ) ทั้งสองชิ้นอร่อยนะครับแต่คงจะยอดเยี่ยมมากหากคนทานเป็นแฟนพันธุ์แท้สายมันวัว แต่ผมคงแก่แล้วละชอบเนื้อแดงมากกว่าส่วนมันเยอะ ๆ ขอแค่อย่างละชิ้นก็เพียงพอละครับ

อ่าว?! หมดแล้วเหรอ! [4/5]

จานสุดท้ายเป็น Mino (ส่วนกระเพาะ) กับ โฮรูมงครับ ปกติเป็นเมนูปิดท้ายของเนื้อย่างทำเอาพวกเราโอดครวญกันทั้งโต๊ะ (ทั้ง ๆ ที่หนังท้องก็เริ่มจะตึงแล้วก็เหอะ) อันนี้ยากจะบรรยายครับแต่ว่าความเหนียวของไส้มันน้อยมากกว่าของร้านอื่น ๆ ที่เคยทานมา ส่วน Mino นี่ส่วนโปรดของผมในหมวดเครื่องในอยู่ละครับ ยิ่งเคี้ยวยิ่งหนึบ ๆ หนับ ๆ มีรสชาติแผ่กระจายออกตามมาเรื่อย


พวกเราจะไม่หยุดแค่นี้ครับ ผมเลยขอออเดรอ์ส่วน Shinshin เพิ่มครับ ส่วนนี้เป็นเนื้อส่วนนึงของน่องครับ ผมเคยได้ทานเนื้อส่วนนี้จากร้านบิสโทรที่ตระเวณเก็บข้อมูลมาแหละครับ ไม่เคยทานจริง ๆ จัง ๆ เป็นเนื้อย่างเหมือนกัน และก็ไม่ผิดหวังครับเพราะว่าเป็นส่วนน่องทำให้เนื้อมีความนิ่มสูงแม้ว่าจะมีมันแทรกน้อยแต่ได้ความหวานของเนื้อมาเต็ม ๆ คำ เป็นการปิดท้ายเนื้อย่างคอร์สนี้ได้อย่างสวยงาม

เทพอีกองค์ [5/5]


เมนูนี้เป็นรูปโพรไฟล์ของร้านในเวปแนะนำร้านอาหารชื่อดังทั้งหลายแหล่ เมนูที่ว่านี้คือ Fillet katsu sandwich ครับ เป็นการเอาเนื้อฟิเลย์ที่ว่ามีปริมาณน้อยสุด ๆ ในวัวหนึ่งตัวไปทอดชุบเกล็ดขนมปัง หาซอสแล้วทานคู่กับขนมปังแซนด์วิซ อีกครั้งครับผมเริ่มพร่ำเพ้อถึงความอร่อยของมันตั้งแต่เอาเข้าปากไปหนึ่งคำ “โอ้โห” กี่รอบก็ไม่รู้ครับ

รสชาติเหมือนกินเยลลี่รสชาติเนื้อแดงเลยครับ คือไม่รู้สึกว่าความหนาของเนื้อขนาดนี้จะขาดออกโดยไม่ต้องออกแรงกัดได้เลย งับ ->​ แผละ -> ในปากก็ชุ่มไปด้วยรสชาติเนื้อแน่น ๆ จนอยากจะขโมยของเพื่อนข้างหน้าอีกสองชิ้นที่เหลือจริง ๆ เลยครับ ถ้าจานนี้ไม่ได้ 5 คะแนนเต็มก็ไม่รู้อะไรจะได้เหมือนกันละครับ ขอให้เป็นคะแนนเสมอเท่ากับลิ้นด้านบนละกันครับ

หน้าตาก่อนรับความสุข

ปิดท้ายด้วยข้าวหน้าเนื้อ [4/5]

ข้าวหน้าเนื้อรสชาติมันเข้มข้นปิดท้ายคอร์ส ผมสั่งไซส์ L ไปรสชาติอร่อยดีครับ แต่ว่าเทียบกับเนื้อข้างต้นไม่ได้เลยครับ ระหว่างนี้นากาฮาระซังก็เดินมาทักทาย คุยสัพเพเหระไปเรื่อย ๆ เฮฮา จริง ๆ ครับ

บทสรุป


นอกเหนือจากรูปข้างต้นแล้วยังมีกิมจิ, ยำผักเกาหลี, ซุปหางวัว, แล้วก็ของหวานอย่างไอศรีมงา ที่ผมลืมเก็บภาพมาฝาก ต้องขออภัยด้วยครับ และก็มาถึงบทสรุปของคะแนนที่ผมจะให้ร้านนี้นะครับ สั้น ๆ เลยครับ ผมขอให้ 5/5 ครับเป็นหนึ่งในร้านที่ผมจะมาอีกภายในรอบไม่เกินครึ่งปีแน่ ๆ ครับ มาทานคนเดียวก็จะมาครับ ประสบการณ์ปีที่แล้วกับครั้งนี้ช่างแตกต่างกันเป็นการพาวเวอร์อัพขึ้นได้อย่างน่าตกใจครับ แม้ว่าจะไม่สามารถให้คะแนนเต็ม 5 ทุกจานได้ แต่จริง ๆ ลิ้นกับแซนด์วิซคัทสึนี่ตัวดึงคะแนนไปอย่างไม่ต้องบรรยายเลยครับ

ก่อนจะลาไปขอฝากอะไรไว้อย่างนะครับ ไม่รู้ว่าท่านไหนจะได้ไอเดียอยากจะทานอาหารร้านนี้จากบล็อกของผมไปบ้าง แต่ว่าถ้าจองร้านไปแล้วรบกวนอย่าไปสายหรือยกเลิกกระทันหันเลยนะครับ ขอร้องด้วยใจเลยครับ วัตถุดิบที่ถูกเตรียมไว้จะสูญเสียเปล่า ๆ แน่นอนว่าจะทำให้คนไทยด้วยกันเราเสียชื่อไป ถ้าหากมีเยอะเข้าในอนาคตอาจจะโดนห้ามแม้แต่จะจองร้านก็ได้นะครับ

To be continued …

เช่นเคยนะครับ ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ ช่วงนี้ผมตระเวณรับประทานอาหารเพื่อการศึกษาของตัวเองซะมาก ผมก็เอาเวลาส่วนใหญ่ไปพาวเวอร์อัพตัวเองขึ้นมาเรื่อย ๆ จนไม่ได้แบ่งเวลามาอัพเดทบล็อกของตัวเองเลย แต่ผมของสัญญาว่าจะมีบล็อกตามมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน อย่างน้อยก็สองตอนภายในหนึ่งเดือนนี้ครับ

ถ้าชอบหรือไม่ชอบยังไง รบกวนติชมกันได้นะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

Comments

comments

This post is also available in: อังกฤษ

No Comments Yet.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.