2 + 2 = ? – Collaboration Event ​มิชลินสองดาว La Cime X Florilege

Wednesday, December 20, 2017 0 No tags Permalink

ผมเคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่พยายามรีวิวร้านอาหารร้านเดิมที่เคยไปมา แต่ครั้งนี้ขอยกเว้นเพราะเป็น Collaboration event La Cime X Florilege ครับ อีเวนท์ที่ว่าถูกจัดขึ้นที่ร้าน Florilege ที่ผมเคยได้รีวิวไปเมื่อครึ่งปีก่อนได้ ถ้าสนใจคลิกอ่านดูได้ที่ ประสบการณ์ Chef’s Table ที่ร้าน Florilege ครับ ในบล็อกก่อนหน้านี้ผมเล่ารายละเอียดไปว่าร้าน Florilege เป็นร้านอาหารฝรั่งมิชลินหนึ่งดาวไปก็จริง แต่เมื่อไม่ถึงเดือนมานี้มิชลินได้ประกาศเลื่อนขั้นกลายเป็น ร้านมิชลินสองดาวใน Tokyo 2018 ไปแล้วครับ

อีเวนท์นี้ยังมี Chef Takada จากร้าน La Cime ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสมิชลินสองดาวใน Osaka 2018 ขณะนี้เช่นกัน ฟังแค่นี้ทำไมจะไม่อยากมาทานอาหารแบบนี้ดูละครับ ในตอนแรกผมจองช้าติดอยู่ที่ Waiting list ด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังแอบหวังว่าจะมีคนแคนเซิลแล้วเราจะได้แทรกตัวไปทานเลยเว้นวันที่ 14 ธันวาคมให้ว่างมาตลอด (โรงเรียนหยุดปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคมพอดีด้วยครับ)

สองวันก่อนหน้าพอได้เห็น Missed call จากทางร้านก็ต้องรีบโทรกลับทันทีและทางร้านก็ได้แจ้งว่ามีคนแคนเซิลแล้วสนใจมั้ยครับ ผมรีบตอบรับอย่างทันทีเลยและวันนี้ผมจะพาไปทุกท่านไปชมอาหารจากสองเชฟกันเลยครับ

Introduction

อาหารในวันนี้จะมี 4 Snacks, 6 Dishes, 2 Desserts อาหารทั้งสามชนิดเป็นเลขคู่เพราะอาหารจะสลับกันออกจากเชฟแต่ละคนเหมือนเชฟเดินเกมเป็นเทิร์นเบสปล่อยของอร่อยมาสู้กันเป็นยก ๆ ตามเมนูด้านบนเลยครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันได้เลยครับ

4 Snacks [4.5/5]

ทั้งสี่ชิ้นผมชอบ Goat Milk Cheese มากสุดครับ เพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่ไม่ได้เขียนในเมนูคือมันมี Golden Caviar อยู่ข้างในครับ รสชาติครีม ๆ ของชีสกับความคราวแต่ลื่นนุ่มของ Golden Caviar กลมกล่อมเหมาะกับการกระตุ้นต่อมอาหาร พลางจิบแชมเปญไปด้วยเลยครับ


รองลงมาผมชอบ Boudin ไส้กรอกฝรั่งเศสหมูหมึกดำเสิร์ฟพร้อมกับมายองเนส Parsley ผสมกับน้ำชุปหอยลาย ตัวเนื้อไส้กรอกนุ่มลิ้นถูกห่อด้วยแป้งนึ่งหมึกดำคล้ายซาลาเปา ตัดด้วยกลิ่น Parsley





อีกสองชิ้นอย่าง Granny Smith Apple แอปเปิ้ลเขียวหวานเรียกน้ำย่อย กับปลา Wakasagi ในใบ Gishi Gishi Smartweed ทอด (คือผมก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อใบชนิดนี้ก็วันนี้เหมือนกันละครับ) ก็อร่อยไม่แพ้กัน สุดท้ายปิดด้วย Croquette รสชาติเข้ม ๆ ของ Fukinotou (ก้านพืชชนิดหนึ่งรสชาติมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์คล้าย celery) ผมให้ Snacks วันนี้ 4.5/5 เลยครับ

Kawahagi / Prawn / Kimtsuba [5/5]

จานแรกของอาหารหลักเป็นจานของ La Cime มันหวานอบกับกุ้งขาแดงวางด้านบนด้วยปลา カワハギ ย่าง (ปลาที่ว่านี้ได้ชื่อภาษาญี่ปุ่นมาจาก 皮-Kawa = หนัง, 剥ぎ-Hagi = ลอก) เพราะว่าเป็นปลาที่สามารถเอามือลอกหนังออกได้เป็นปลาประจำหน้าหนาว

จานนี้รสชาติหอมกลิ่นซีฟู้ด​คาดว่าเป็นซอสที่ทำจากหัวกุ้ง ปลาย่างได้มีความหนึบหนับมากทานคู่กับกุ้งกึ่งดิบกึ่งสุกและมันหวานด้านล่างแถมด้วยส้มมิคังจิ๋วอบแทนรสเปรี้ยวของเลมอนบนปลาย่าง คอยเปลี่ยนรสชาติให้อีกมิติหนึ่งของจาน ทั้งจานนี้ให้คะแนนคอมบิเนชั่นและรสชาติเต็ม 5/5 ทันทีเลยครับ ถือว่าต้องรีบแปรพักต์ไปเข้าแฟนคลับของ Chef Takada ทันทีเลย

Mackerel / Hokkaido Bleu Cheese [5/5]

จานต่อมาเป็นของ Florilege ส่งปลาในฤดูอย่างซาบะมาสู้ เป็น シメ鯖 (อ่านว่า “ชิเมะซาบะ” หรือซาบะที่แช่น้ำส้มสายชู) หั่นออกเป็นสองชิ้นคล้ายซาชิมิ แทรกด้วย Black truffle กับมันฝรั่งแล่บาง ๆ ด้านใน เสิร์ฟพร้อมแผ่นเต้าหู้ ราดด้วยซอสครีมบลูชีสจากฮอกไกโด

สุดยอดแห่งการผสมผสานเลยครับ ถ้าจานที่แล้วจะมาด้วยกลิ่นและรสชาติ จานนี้มาด้วย combination เลยทีเดียวทุกอย่างถูกนำพาไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ซอสครีมบลูชีสที่มีรสชาติใกล้เคียงกับกลิ่นของแผ่นเต้าหู้ กินกับปลาซาบะที่มีกลิ่นเปรี้ยวน้ำส้มสายชูนิด ๆ แต่รสสัมผัสของปลาดิบยังแน่นด้วยโปรตีน ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของ Black truffle และเสียงฟันกัดมันฝรั่งแล่บาง อร่อยจนต้องยก 5/5 ให้มาสู้เสมอกันได้เลยครับ

Sticky Rice / Cauliflower / Milt / Squid Ink [4.5/5]

กลับมาที่จานของ Chef Takada ดำมาเป็นพุ่ม ๆ ตรงกลางนึกว่าจะอะไรซะอีก แต่มันคือ 白子 (อ่านว่า “ชิราโกะ” หรือถุงสเปิร์มปลา) วางอยู่บน Risotto ปิดด้วยดอกกะหล่ำและราดด้วยซอสหมึกดำ ชิราโกะเป็นวัตถุดิบที่คนเกลียดค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นที่ทานไม่ได้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าใครชอบทานชิราโกะก็คงอร่อยถูกใจไปกับผมได้ แต่ถ้าใครเกลียดก็เลื่อนผ่านจานนี้ไปได้เลยครับ

รสชาติจานนี้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนักแต่เพราะว่าส่วนตัวชอบชิราโกะ ในช่วงฤดูกาลนี้อยู่แล้ว รสชาติจะหวานครีม ๆ นุ่มลิ้นอยู่ในปากทานคู่กัน Risotto ได้เป็นอย่างดี ให้คะแนนประกอบกับไอเดียการตกแต่งจานอีกเลยให้เป็น 4.5/5 เลยครับ

Flounder / Taro / Ginger [4/5]



ยกที่สองยังไม่จบง่าย ๆ ทาง Florilege ส่งปลาตาเดียวยักษ์ออกมาโชว์ล่วงหน้าก่อนว่าวันนี้จะเป็นหนึ่งในอาหารหลัก ตัวมันใหญ่มากครับลองเปรียบเทียบดูกับขนาดของพนักงานที่ยกมาโชว์ได้ครับ ปกติแล้วปลาตาเดียวไซส์จะอยู่ที่ประมาณใหญ่กว่าฝ่ามือของผมประมาณไม่มาก แต่ตัวนี้นี่น่าจะใหญ่กว่าช่วงตัวผมเป็นแน่ ๆ

หลังจากถูกตัดแบ่งแล้วก็ถูกนำเอามาเสิร์ฟในจานคู่กับเผือกอบยัดไส้ไขมันหมูทำโดย Chef Takada คือเหมือนว่าจานนี้กับจารย์สุดท้าย จะสลับกันทำเครื่องเคียงซึ่งอันนี้เป็นคราวของ Chef Takada นี่ทำออกมาวางสีสันตัดกันอย่างประหลาด ก่อนจะพูดถึงรสชาติครับ สีขาวๆ ในรูปทั้งหมดนี้คือเนื้อปลานะครับไม่ใช่มูสหรือครีมแต่อย่างใด ตอนแรกผมนึกว่าเป็นครีมที่เอามาตกแต่งจาน แต่พอลงมีดไปก็ต้องตกใจว่ามันคือเนื้อปลาตาเดียวยักษ์ตัวเมื่อกี้นี่เอง

รสสัมผัสติฟูฟ่องกว่าปลาตาเดียวทั่วไปที่เคยกิน รสชาติอ่อน ๆ ละมุนลิ้นเหมือนกันทานขนมสายไหมที่รสชาติเหมือนปลาอบเกลือแทน จานนี้ในคะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 4/5 เพราะว่ารสชาติไม่ได้โดดเด่นมาก ยิ่งเทียบกับอาหารที่ผ่าน ๆ มาของวันนี้แล้วถือว่าปกติที่สุดแล้วครับ

Duck / Celeriac / Sandwich [5/5]


ทาง Florilege ได้ทีส่งแฮมเป็ดแล่บาง ๆ สไตล์ Carpaccio พร้อมซอสสามชนิดประกอบไปด้วยซอสเซลารี่, ซอสเซริ (ผักของญี่ปุ่น)และซอสตับเป็ด พร้อมเพิ่มกลิ่นด้วยน้ำซุปใสที่ทำจากกระดูกเป็ดด้านบน ทานคู่กับแซนวิชสองไส้

จานนี้พร็อพพร้อมมาก รสชาติแฮมแปลกหูแปลกตาเป็นเพราะว่าปกติได้ทานได้แฮมหมู วันนี้เป็นแฮมเป็ดมาซะงั้นรสชาติกลิ่นแฮมอร่อยไม่พอ ได้ทานสามรสชาติในจานเดียวแถมยังมีแซนด์วิซอีก โอ้โห!คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มแบบนี้เอาไปเป็น 5/5 เลยครับ

Lamb / Oolong Tea / Red Bell-Pepper [4.5/5]


ปิดท้ายคอร์สของคาวด้วยเมนจาก La Cime ด้วยซี่โครงแกะอบใบชาอู่หลง อื้อหือแค่อ่านก็ได้ใจแล้ว เสิร์ฟมาพร้อมกันแฮมเบิร์กห่อด้วยใบสะระแหน่กับพริกหวานแดง จากทาง Florilege

กลิ่นหอมนิด ๆ ไม่มากไม่น้อยของชาอู่หลงกับ แกะที่ย่างได้พอดิบพอดีก็อร่อยชุ่มเนื้อแล้วแต่ผมดันประทับใจแฮมเบิร์กที่รสชาติกับกลิ่นของใบสะระแหน่โดดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงแต่ว่ายังไม่เกินกว่าจานเป็ดก่อนหน้านี้จานนี้เอาไป 4.5/5 ครับ

Kohlrabi / Yacon / Brown Sugar [5/5]


มีการสลับลำดับกันนิดหน่อยผมเลยได้ Creme Brûlée จากมัน Yacon จากฝั่ง La Cime ก่อน (ตามลำดับเมนูด้านบน) หน้าตาเหมือนครีมบลูเร่ทั่วไปแต่เสิร์ฟในผลไม้หน้าตาประหลาด Kohlrabi เบิร์นด้านบนหลังโรยน้ำตาลทรายแดง

แต่ทว่าเมื่อตักชิมลงไปแล้วมันไม่ใช่ครีมบลูเร่ทั่วไปครับ ด้านล่างมี”สาคูกะทิ”อยู่ครับ ด้วยความเป็นคนไทยในต่างแดน นี่มันเป็นคอมบิเนชั่นที่แอบโกงเลยก็ว่าได้ครับ ลองนึกภาพกินสาคูกับครีมบลูเร่ไปพร้อม ๆ กันสิครับ ตักไปคำแรก คำสอง แปป ๆ ก็หมดซะแล้วครับ จานนี้ผมให้เป็นหนึ่งในสุดยอดของหวานอันดับต้น ๆ ที่เคยทานมาเลยก็ว่าได้ครับเอาไป 5/5 อย่างแน่นอน

“Amaou” Strawberry / Pistachio [5/5]


ปิดท้ายคอร์สด้วยของหวานจากฝั่ง Florilege บ้างเป็น Strawberry Tart แบบ Deconstucted ด้านล่างสุดเป็นคาราเมลทาร์ตที่ไม่ได้อบ วางด้วยสตรอเบอร์รี่พันธุ์ดังอย่าง Amaou แล้วโรยด้วยไอศครีมชีสนุ่มลิ้นอยาก Fromange Blanc แล้ววางด้วยมูส Pistachio

ตักทานด้วยความแปลกใจเพราะเป็น Deconstructed Strawberry Tart แต่พอเอาเข้าปากแล้ว “โอ้โห” ก็ต้องมาอีกรอบ รสชาติทาร์ตคาราเมลด้านล่างเข้ากับสตรอเบอร์รี่อย่างสุด ๆ ยังไม่พอไอศรีมชีสมันเบามากแต่รสชาติหอมละมุน แถมยังจะมี Pistachio มูสมาอีก จานนี้แซงหน้า Cream Brûlée ไปเป็นสุดยอดของหวานที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยทานมาเลยครับ เอาไป 5/5 ทันทีเลยอร่อยมากจนต้องเรียก Patisserie ที่ทำจานนี้มาถามส่วนประกอบอีกรอบ บอกเลยว่าแค่ไอศรีมอย่างเดียวก็สร้างความประทับใจได้สุด ๆ แล้วแต่พอมารวมตัวกันขนาดนี้เรียกความ “ว้าว” ออกจากปากของทุก ๆ ท่านได้แน่นอนครับ

Summary

สรุปปิดท้ายแล้วสั้น ๆ แบบไม่ต้องคิดเลยว่าอาหารมื้อนี้ถือเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตของผมมื้อนึงเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ยอมเสียมารยาทไปบอก Chef Kawate ว่า “อาหารวันนี้อร่อยกว่าปกติมากเป็นเท่าตัวเลยครับ” แน่นอนว่าผมให้ความอร่อยและประสบการณ์ความคุ้มค่าเต็ม 5/5 และถ้ามีโอกาสได้มาร่วมอีเว้นท์แบบเดียวกันนี้ในอนาคตผมก็จะมาอีกโดยไม่ลังเลเลยครับ ก่อนกลับถึงขนาดที่บอกทางร้านไว้ว่ารอบหน้าถ้ามีอีเว้นท์อีกรบกวนใส่ชื่อผมไปก่อนเลยแล้วติดต่อมาได้มั้ยครับ ผมจะพยายามหาเวลามาเอง

ก่อนออกจากร้านก็ขอแชะภาพเป็นที่ระลึกกับยอดเชฟทั้งสองท่านก่อน

To be continued …

เช่นเคยครับ ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้ ช่วงนี้ผมพยายามจะโพสต์ให้เป็นเวลามากที่สุดเพราะว่าอยู่ในช่วงโรงเรียนหยุดทำให้มีเวลามากกว่าปกติ ถ้าชอบหรือไม่ชอบอย่างไรรบกวนติชมด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ผมขอฝากเพจของผมไว้ด้วยนะครับ ผมลองเปิดใหม่ดูไม่รู้ว่าตัวเองจะบริหารไหวมั้ยรึเปล่า แต่คงเป็นหนึ่งช่องทางที่จะให้ทุกท่านขอได้อัพเดทเกี่ยวกับบล็อกตอนใหม่ของผมได้อย่างแน่ ๆ ครับ กด Like กันได้ที่ TheZeal.CC ขอบคุณครับ

Comments

comments

This post is also available in: อังกฤษ

No Comments Yet.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.